top of page

10 ความจริงของวาฬบรูด้า

อัปเดตเมื่อ 14 พ.ค. 2566

1.ประวัติศาสตร์วาฬไทย เริ่มต้นเมื่อปี 2535 มีคนถ่ายภาพวาฬบรูด้าได้ครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2535 ที่น่านน้ำเกาะเต่า ซึ่งปีนี้เวียนมาบรรจบครบ 30 ปีพอดี ช่างภาพคนนั้นคือ มงคล เกียรติกาญจนกุล กัปตันเรือ หรือสกิปเปอร์ ผู้บุกเบิกกิจกรรมดูวาฬด้วยเรือยอชต์ ครั้งนั้นเป็นการดำน้ำตัวเปล่าตามถ่ายจนสำเร็จ เว้นวรรคไปนาน จนกระทั่งปี 2544 มีการถ่ายวาฬบรูด้าบนเรือได้ครั้งแรก ที่ทะเลบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดย คณิต คณีกุล ช่างภาพนกคนดัง ที่รับงานจากองค์กรกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (มี ปริญญา ผดุงถิ่น เป็นผู้ช่วยช่างภาพ) ภาพวาฬบ่อนอก นำมาสู่การยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินบ่อนอก ในปีรุ่งขึ้น

วาฬบรูด้า ภาพแรกของไทย เมื่อปี 2535

มงคล เกียรติกาญจนกุล หรือสกิปเปอร์ใต้

วาฬถ่ายบนเรือ ภาพแรกของไทย ที่ทะเลบ่อนอก จ.ประจวบฯ ปี 2544

คณิต คณีกุล กับบรรยากาศบนเรือถ่ายภาพวาฬ เมื่อปี 2544

สองตำนานโคจรมาเจอกันบนเรือ Catamaran ซ้าย คณิต คณีกุล ขวา มงคล เกียรติกาญจนกุล


2.ข้อมูลเมืองนอก ระบุว่าวาฬบรูด้า มีความยาวถึง 15 เมตร หนัก 40 ตัน แต่ข้อมูลของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ที่วัดความยาวซากวาฬบรูด้าทุกตัวที่ตายในทะเลไทย พบว่ามีความยาวประมาณ 10 เมตรกว่าๆ เท่านั้น ไม่เคยมีตัวไหนยาวถึง 15 เมตร แต่ก็ถือเป็นสัตว์ที่ตัวโตกว่าช้าง เหยื่อของวาฬบรูด้ากลับเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ สวนทางกับขนาดร่างกายอันใหญ่โต เป็นพวกฝูงปลาเล็กปลาน้อยอย่างปลากะตัก ปลากะตุ่ม ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลาแมว รวมถึงเคย โดยวาฬใช้แผงฟันหวีในกรองกินเหยื่อ

ความยาวของวาฬ เท่าๆ เรือดูวาฬ

แผงฟันหวี (Baleen)

ยักษ์ใหญ่ กินเหยื่อจิ๋ว


3.จุดเด่นหนึ่งเดียวของวาฬบรูด้า ที่ต่างจากวาฬอื่นๆ ทั้งโลก คือ มีสันบนหัวจำนวน 3 สัน เห็น มาร์ค นี้เมื่อไร ก็ไม่ต้องสับสนว่าจะเป็นวาฬชนิดไหน นอกจากวาฬบรูด้าชนิดเดียวเท่านั้น จึงมีการเรียกชื่อวาฬบรูด้าอีกชื่อว่า วาฬแกลบสามสัน ที่เรียกว่าวาฬแกลบ เพราะบรูด้าเป็นวาฬขนาดกลาง ตัวเล็กกว่าวาฬไซส์ยักษ์อีกหลายชนิดในโลก

สันยาวจำนวน 3 สัน ด้านบนของปากบน

วาฬบรูด้า อยู่กลางค่อนท้าย ของเหล่าวาฬโลก cr : Bangkok Post


4.วิถีชีวิตไทย เป็นมิตรกับวาฬบรูด้า ไม่มีใครคิดฆ่าหรือล่าวาฬบรูด้า จากความเชื่อในเชิงนับถือ ว่าวาฬบรูด้าเป็น “ปู่ทะเล” หรือ “ปลาเจ้า” ถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่คนญี่ปุ่นไม่คิดแบบไทย เมื่อปี 2019 และ 2020 ล่าวาฬบรูด้าไปปีละ 187 ตัวเท่ากัน ด้วยการสนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่นเอง โดยมีข้ออ้างต่อชาวโลกว่าเป็นงานวิจัย ส่วนศัตรูทางธรรมชาติของวาฬบรูด้าไทย ถือว่าไม่มีเลย เพราะอ่าวไทยตอนบน ไม่มีวาฬเพชฌฆาต รวมถึงฉลามขาวใหญ่ แต่ก็มีการตายของวาฬบรูด้าเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุติดอวน โดยที่ชาวประมงไม่ได้ตั้งใจ หรือกลืนกินขยะพลาสติกเข้าไปจนป่วยตาย

ไม่มีเรือประมงไทยล่าวาฬบรูด้า

ถ้อยทีถ้อยอาศัย วาฬกับคน

เรือตังเกลากอวนผ่านวาฬ ที่กำลังกินเหยื่อ


5.นักวิจัยเชื่อว่า วาฬบรูด้า เป็นวาฬหนึ่งใน 2-3 ชนิด ซึ่งอาศัยอยู่ติดที่ ไม่มีการอพยพเป็นระยะทางไกล ถ้าอพยพก็แค่ระยะทางสั้นๆ เช่น ย้ายจากอ่าวไทยตอนบน ลงไปอยู่แถวชุมพร สุราษฎร์ธานี ในช่วงหน้าหนาวและหน้าร้อน ต่างจากวาฬอื่นๆ ที่มักเป็นนักท่องโลกตัวฉกาจ โดยสถิติโลกของการอพยพ เป็นของวาฬสีเทา ว่ายน้ำจากรัสเซียมาเม็กซิโก แล้วว่ายกลับ รวมระยะทาง 13,988 ไมล์ หรือ 22,380 กม. ใช้เวลาเดินทาง 172 วัน

วาฬบรูด้า หากินใกล้ฝั่งแม่กลอง

(หมายเหตุ ภาพถ่ายฝีมือเด็ก 5 ขวบ ลูกทริปของ Bangkok Whale)

วาฬประจำถิ่น แห่งอ่าวไทย


6.วาฬบรูด้า มีข้างที่ถนัดกว่า คล้ายคนเราที่มักถนัดขวามากกว่าถนัดซ้าย กล่าวคือ เวลาพุ่งโฉบกินเหยื่อที่ผิวน้ำในท่าตะแคง วาฬบรูด้ามักจะตะแคงหันซีกขวาไว้ใต้น้ำเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ไม่มีคำตอบแน่ชัด ทำไมพวกมันต้องทำเช่นนั้น นอกจากเป็นเพราะข้างที่ถนัดมากกว่านั่นเอง ทั้งนี้ ท่าตะแคงโฉบฝูงเหยื่อที่ผิวน้ำของวาฬบรูด้า มักใช้ในเวลาหากินในน้ำตื้นๆ จน “ยืน” ด้วยปลายหางไม่ถนัด

ตะแคงขวา

นี่ก็ตะแคงขวา

และก็ ตะแคงขวา


7.วาฬบรูด้า เป็นชนิดที่เหมาะสมมากสำหรับกิจกรรม Whale Watching เพราะมันอาศัยไม่ไกลฝั่ง คลื่นลมสงบ ระดับน้ำตื้น จนวาฬไม่ค่อยจะดำน้ำหายไป ที่สำคัญ วาฬบรูด้ามี “ท่าอ้าปาก” กินฝูงปลาเล็ก ที่ถือเป็น Signature ที่ประทับใจผู้ได้พบเห็นอย่างที่สุด จนกลายเป็นท่ามาตรฐานของ Whale Watching ในไทย มิหนำซ้ำ พฤติกรรมนี้ จะพบได้ไม่กี่แห่งในโลก ซึ่งอ่าวไทยตอนบน น่าจะเป็นจุดที่เราจะได้ชมพฤติกรรม “วาฬอ้าปาก” ได้ง่ายที่สุด จากการมีระดับน้ำที่เหมาะสม ฝูงปลาเหยื่ออุดมสมบูรณ์

วาฬใหญ่ แจกความสดใสให้คนบนเรือ

สองตัวอ้าปากใกล้เรือ ที่สุดแห่งความฟิน


8.นักดูวาฬไทยมีโอกาสดีมาก ที่จะได้ศึกษาพฤติกรรมของวาฬบรูด้าอย่างหลากหลาย เพราะพวกมันแสดงทุกอย่างออกมาให้ชม ไม่ว่าจะการ blow พ่นละอองน้ำที่เหนือผิวน้ำ การคลอเคลียไปไหนไปกันระหว่างแม่วาฬกับลูกวาฬ การปล่อยฟองน้ำต้อนเหยื่อ การตีหางน็อกเหยื่อ ว่ากันว่า หนึ่งในภาพสัตว์โลกที่ตราตรึงใจมากที่สุด เรียกเลือดลมให้เดือดพล่านมากที่สุด ก็คือ ภาพวาฬบรูด้าพาเรือนร่างเฮฟวี่เวท กระโดดขึ้นเหนือน้ำ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่หาดูได้ยาก แต่ก็เกิดขึ้นหลายครั้งในแต่ละปี

วาฬหายใจ จังหวะ blow พ่นน้ำ

วาฬแม่-ลูก จะว่ายตามกันไปตลอดเวลา

การปล่อยฟองใต้น้ำ ต้อนเหยื่อ

ตีหางน็อกเหยื่อ

วาฬโดด ภาพชีวิตสัตว์โลกที่ระทึกใจที่สุด


9.วาฬบรูด้า ถือเป็น “วาฬสีหวาน” ที่สุดในโลก เพราะมีสีชมพูอมม่วงที่ใต้คาง ลากยาวไปบริเวณใต้ท้อง แม้แต่แกนด้านในปากบน ก็เป็นสีชมพู ใครได้เห็นมักร้องว้าว สวยจังเยยย ขณะที่วาฬส่วนใหญ่ในโลก จะแนวสีตุ่นๆ มีแต่สีดำ ขาว เทา กันทั้งสิ้น

ไม่มีวาฬไหนๆ จะมีสีชมพูหวานแหววแบบวาฬบรูด้า

แกนปากด้านใน ก็เป็นสีชมพู

สีชมพูตลอดด้านล่างของลำตัว


10.วาฬอ่าวไทยทุกตัวมีชื่อ โดยศูนย์วิจัย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช. สำรวจวิจัยวาฬบรูด้ามานานกว่า 10 ปี โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า photo id ถ่ายภาพมาจำแนกวาฬจากร่องรอยตำหนิต่างๆ แล้วตั้งชื่อให้วาฬแต่ละตัว การศึกษาต่อเนื่องยังทำให้ได้รู้ “สาแหรก” ของวาฬหลายครอบครัว ตัวผู้ใช้สรรพนามเรียกว่า “เจ้า” ตัวเมียเรียกว่า “แม่” คาดว่าวาฬบรูด้าที่ยังมีชีวิตในอ่าวไทย มีจำนวน 60-70 ตัว

รอยแผลเป็นนูน หน้าครีบหลัง

รอยหยัก ใกล้ฐานครีบหลัง

ปากที่บุบ ยับเยิน


(เรื่อง-ภาพ โดย ปริญญา ผดุงถิ่น Bangkok Whale)


fb : Bangkok Whale Watching by Parinya

Tel / Line 0901977521
























ดู 512 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page